เรื่องของ.. “ข้าวโพด”

ข้าวโพดหวานเป็นข้าวโพดที่นิยมบริโภคมากที่สุดในครัวเรือนและอุตสาหกรรมอาหาร

ข้าวโพดหวาน (Sweet Corn)

ข้าวโพดหวานเป็นข้าวโพดที่นิยมบริโภคมากที่สุดในครัวเรือนและอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากมีรสชาติหวานธรรมชาติ เนื้อกรอบ อร่อย จึงมักถูกนำมาใช้ในเมนูอาหารคาวและหวาน เช่น สลัด ซุป ข้าวโพดคลุกเนย หรือของว่างที่หลายคนโปรดปราน

คุณประโยชน์ของข้าวโพดหวาน

  • อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และบี 9 ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ให้พลังงานสูง แต่มีไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก

การปลูกและเก็บเกี่ยว

ข้าวโพดหวานเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้น และเก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดมีลักษณะเต่งตึง เพื่อคงรสชาติหวานสดใหม่


ข้าวโพดข้าวเหนียว (Glutinous Corn)

ข้าวโพดข้าวเหนียวเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยและในประเทศแถบเอเชีย เนื่องจากเนื้อเมล็ดเหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำไปต้มย่างหรือทำขนมไทย เช่น ข้าวโพดคลุกมะพร้าว

จุดเด่นของข้าวโพดข้าวเหนียว

  • มีแป้งชนิดพิเศษที่ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม
  • ให้พลังงานและเส้นใยอาหารสูง เหมาะสำหรับช่วยระบบขับถ่าย
  • เป็นแหล่งของโปรตีนจากพืชที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเจหรือมังสวิรัติ

วิธีการบริโภค

นิยมกินแบบต้มร้อนๆ หรือคลุกกับน้ำตาลและมะพร้าวขูด เป็นของว่างที่อิ่มอร่อยและดีต่อสุขภาพ


ข้าวโพดอ่อน (Baby Corn)

ข้าวโพดอ่อนคือข้าวโพดที่ถูกเก็บเกี่ยวก่อนที่ฝักจะเจริญเติบโตเต็มที่ ฝักเล็กๆ นี้เป็นที่นิยมในเมนูผัดผักและแกงต่างๆ เพราะมีรสชาติอ่อนนุ่มและสามารถบริโภคได้ทั้งฝักโดยไม่ต้องแกะเมล็ด

คุณประโยชน์ของข้าวโพดอ่อน

  • มีแคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
  • เป็นแหล่งของวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • มีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

การนำไปใช้

นิยมใช้ในอาหารไทย เช่น ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดผักรวม หรือใส่ในแกงจืดและซุปต่างๆ